พลัส วาน (Plus-Wan)
VBK 
 
คร่าว - คร่าว (แบบฉบับเจ้าของบ๊อก)

สาวน้อยนามยูโกะ ที่ห่่างบ้านเกิดเมืองนอน เมื่อเรียนจบ
ก็มาสมัครเข้าทำงานในโรงเรียนสอนสุนัขพลัสวาน
ในตำแหน่งผู้ฝึกสอนสุนัข ซึ่งอาชีพนี้เป็นความฝันของยูโกะ

ในแต่ละวันเธอต้องอยู่กับสุนัข ดูแลสุนัข
พร้อมกับฝืกฝนให้สุนัขเรียนรู้ที่จะอยู่ีร่วมกันมนุษย์ได้อย่างสงบสุข
และเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างเจ้าของกับสุนัข


เราเอง - - -

เรื่องนี้ก็สนุกดีค่ะ น้องหมาน่ารัก
เนื้อเรื่องก็จะมีเน้นเรื่องความรู้สึกของสุนัขที่มีต่อเจ้านายในแบบต่างๆ

มีแทรกเกร็ดการสอนสุนัขเล็กๆน้อยๆด้วย
 

วันนี้หนีร้อน(บ้าน เพราะไม่อยากเปิดแอร์ให้เสียค่าไฟแพงๆ) เลยนั่งรถไปเซนทรัล (5.50บาท) กะว่าจะนั่งแช่แอร์สักหน่อย

 

แต่ระว่างที่เดินเล่นอยู่ใน B2S นั้น

ไฟก็ดับพรึ่บ!!

 

ปร๊ะเจ้า ทำไมถึงแกล้งกันเยี่ยงนี้???

ห้างไฟดับ!! ซวยชะมัด

 

กะว่าจะนั่งแช่แอร์ เลยไม่ได้แช่แอร์เลยยย 

 

แต่พักนึง ไฟก็มา(มั้ง)

แอร์ก็เย็นเหมือนเดิม

นั่งท่องศัพท์ภาษาญี่ปุ่น

แต่ดันซื้อการ์ตูนมา เรื่อง พลัสวาน (เกี่ยวกับหมาๆ)

เลยไม่ค่อยได้อ่านเลย -0-

 

จนห้าโมงกว่าๆก็กลับดีกว่า

มาหลงอยู่ในโซนขายของกินอยู่หลายนาที

ได้กาล้อจี๊ กะ พุดดิ้งนมสดกลับมากินที่บ้าน

 

ตอนกลับนั่งแท็กซี่

ค่าแท็กซี่แพงกว่าค่ารถขาไป ซะ 10 เท่าเลย

เพราะ 50 บาท

(จริงๆ 47 บาท แต่แท็กซี่ไม่ยอมทอม เหอๆ)

 

 ร้อนอะไรเยี่ยงนี้~

พรุ่งนี้ว่าจะแบกโน้ตบุคไปนั่งตากแอร์

แต่นึกได้ว่า TK Park ปิด หุหุ

 

ที่ไหนเอา notebook เสียบปลั๊กได้มั่งหว่า 

 

 

ไปสัมภาษณ์งานมาค่ะ

posted on 08 Apr 2009 14:41 by birdiam  in EverythingTalk
วันนี้ตื่นเช้ากว่าทุกวัน เพื่อไปสัมภาษณ์งานมาที่แถวสุรวงศ์ค่ะ
เป็นบริษัทที่เอ่ยชื่อไป ก็คงรู้จักกัน ^^

ในตำแหน่งเดิมๆ Graphic designer 

ตื่นเต้นมากกกกกกกกกก
เพรานี่เป็นครั้งแรกที่สัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ กับฝรั่งตัวเป็นๆเลยทีเดียว

จริงๆก็จบหลักสูตรภาษาอังกฤษมา
แต่เพราะอจ.คุยกันจนเบือ่แล้ว ก็เลยไม่ค่อยตื่นเต้น

ก่อนไปสัมภาษณ์ก็โทรหากำลังใจหน่อย
(หลังจากได้จากป๊ากะม้าแล้ว)
ได้มาแค่ "สู้ๆ" เองอะ 

ฝรั่งคนนี้เหมือนเป็นคนดูไบ อะไรแบบนี้นะ
พูดไทยได้ พูดภาษาอังกฤษชัด ช้าๆ ไม่รีบมาก คงจะช้าๆเพื่อเราด้วยแหละ

ตอนแรกกลัวๆ กลัวตอบคำถามได้ไม่ดี
แต่รู้สึกว่า จะกลัวเกินไป เพราะจริงๆก็ไม่ได้มีอะไรเลย

เราเตรียมคำตอบไว้หมดแล้วด้วยล่ะ
และก็เตรียมศัพท์ที่ต้องใช้เอาไว้
ซึ่งเอาเข้าจริง ด้นสดหมดเลย 555

จะว่าไป ก็พูดคุยกันรู้เรื่องนะ
คือเราฟังเขารู้เรื่องอะ
แต่เขาฟังเรารู้เรื่องเปล่าหว่า??
น่าจะรู้นะ เพราะเขาก็พยายามทำความเข้าใจเราอยู่เหมือนกัน 

คำตอบที่ประทับใจเขา ก็มีนะ
เขาถามว่า Weakest point ของเราคืออะไร
เราก็เตรียมไว้เยอะแยะ
สุดท้าย นึกออกอย่างนึง
ก็คือ เราชอบสงสัย ... เวลาเราทำงานออกแบบให้ใครสักคนเนี่ย เราต้องสงสัยไว้ก่อนนะ
สงสัยว่าเขาต้องการอะไรจากงานนี้
ต้องการสไตล์ไหน
เอาไปให้ทำอะไร จปส.ของงานคืออะไร
อะไรคือข้อห้ามบ้าง อะไรคือสิ่งที่กำหนดไว้บ้าง

ซึ่งคนไทยอะแปลก
เวลาสั่งงาน ก็จะสั่งแบบกั๊กๆ
เช่น ทำๆมาก่อนล่ะกัน ไม่ก็ ขอดูก่อนได้ไหม
เออ ก็แปลก ทำไมไม่บอก requirement มาให้หมดนะ
มันเสียเวลามากๆ กับการทำดราฟท์แรก แล้ว มันติด requirement ต่างๆ

เราก็ตอบคำถามเขาไป ว่า เราเป็นคนที่ช่างสงสัย และช่างถามในเรื่องงาน
(แต่เรื่องอื่นเราจะบื้อๆ มีนๆ อะ)
เพราะเราไม่ชอบทำงานแก้ไปแก้มาแบบไร้เหตุผล 
เราต้องชัวร์ requirement หลักๆก่อน เช่น ไซส์งาน สีที่ใช้ได้ สไตล์ สินค้าตัวไหนเด่น ข้อความที่จะใช้โปรโมทสินค้า อะไรเงี้ย

ซึ่งถ้าดีไซน์ไม่ผ่าน มันก็ยังแก้ได้ 
แต่ไม่ใช่ทำไปซ้าย แต่บอกว่าซ้ายไม่ถูก พอไปขวา ก็บอกว่าไม่ใช่ขวา
สรุปอยู่ที่เดิมซะงั้น -*-

เขาก็เห็นด้วย
บอกว่าคนไทยใจเย็น ค่อยๆทำ เหลือเกิน
ไม่ถามอะไรเลย ทำมา เขาก็แบบ อะไรเนี่ย มันไม่ใช่นะ
คนไทยก็ทำหน้าแบบ อ้าว ไรอะ
เขาก็บอกว่า แล้วทำไมไม่ถามก่อนล่ะว่าไออยากได้แบบไหน หรือ แบบไหนที่ทำได้
ทำมาบื้อๆ มันเสียเวลา เสียแรงเปล่าๆ
พอพูดไป คนไทยก็บ่นอีก (อันนี้เขาบ่นให้ฟัง 555)

แต่มีคำตอบที่นึกไม่ออก เช่น เขาถามเรื่องความคาดหวัง
เรานึกไม่ออกจริงๆนะ เราไม่มีความคาดหวังในเรื่องการทำงานแบบ อยากจะได้ตำแหน่งนู้นนั้น
ได้เงินเดือนขนาดนั้น ขนาดนี้
เรามีความฝัน แต่เราไม่คาดหวัง เราฝันอยากทำนู้นทำนี่ ซึ่งก็ต้องมาจากมีเงิน 
เต่ไม่ใช่เราคาดหวัง เพราะเราไม่ชอบกาีรคาดหวังจากใครด้วยล่ะมั้ง

เราก็ตอบไปแบบนั้นอะ
ไม่รู้เหมือนกัน นึกคำดีๆไม่ออก เฟคๆไม่ออก
จะจัดคำให้สวยหรู ... เราพูดไปมันต้องเหมือนท่องมาจากวิธีการตอบคำถามเวลาสัมภาษณ์งานแน่ๆ
เลยตอบไปเหอะ ตอบแบบที่เราคิด ถ้ามันไม่เนกาทีฟ ก็โอเคแล้วมั้งสำหรับเรา

ไม่รู้จะได้ไหม

เพิ่งรู้ด้วยว่าส่วนที่เราทำอะ มันดีลกับต่างประเทศ
เช่น ดูไบ ญ๊่ปุ่น แล้วก็แถบเอเชียทั้งหลาย

งานที่เราทำ เราต้องทำส่งไปต่างประเทศหมด




เขาบอกว่า สิ่งที่ต้องทำก็คือ ฝึกฝนภาษาให้ดี จะได้ดีลงานกับทางนั้นได้โดยที่ไม่ต้องรอเขา


ถ้าได้ก็ดี มันใกล้บ้าน ใกล้ที่เรียนภาษาญี่ปุ่น
แต่ถ้าไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีอีกครั้งหนึ่ง

ปล. ตั้งแต่จบมา สัมภาษณ์ไป 6 ที่ ได้ทำเลย 2 ที่
นี่เป็นครั้งที่ 7 (แต่เป็นครั้งแรกที่สัมภาษณ์ภาษาอังกฤษ)